วิธีง่ายในการเช็คว่ารถกระบะ รถกระบะรับจ้าง ของคุณผิดปกติไหม

Categories: news.

Aug 23, 2019 // By:admin // No Comment

วิธีง่ายในการเช็คว่ารถกระบะ รถกระบะรับจ้าง ของคุณผิดปกติไหม รถที่เราขับหรือใช้งานอยู่ทุกวัน เมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นเราย่อมรับรู้ได้โดยง่าย ไม่ว่าจะเป็นเสียงรบกวน สมรรถนะในการขับไม่ราบรื่นเหมือนเคย ไฟแสดงอาการที่โชว์ขึ้นผิดปกติ เบรกลึก เข้าเกียร์กระตุกหรือรถมีการสะอึก ไม่ว่ารถของคุณจะแสดงอาการอย่างไรก็ตามที่เป็นการแสดงถึงสิ่งผิดปกติ เพื่อให้ช่างทำการตรวจสอบหาสาเหตุทันที และสิ่งดังต่อไปนี้คืออาการผิดปกติเริ่มต้นของรถ ที่คุณสามารถสังเกตได้

เครื่องยนต์

หากนอกเหนือจากการสึกหรอปกติแล้ว เราสามารถพบปัญหาที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์ได้อย่างชัดเจนซึ่งก็คือ ระบบความร้อน ถ้าขับไปได้ไม่เท่าไหร่เครื่องมีความร้อนจัด โดยสังเกตได้จากเข็มวัดความร้อนจะตีเลยไปจากปกติเครื่องเย็นเกินไป หากขับไปได้ไกลพอสมควรแล้ว แต่เข็มวัดความร้อนไม่ขึ้นมีเสียงแปลกปลอมจากห้องเครื่องขณะเร่งเครื่องยนต์

ยางรถยนต์

สามารถสังเกตได้ง่ายๆ ในขณะที่รถจอดอยู่ ด้วยการดูลักษณะการสึกหรอในแบบต่างๆ ของดอกยางที่ล้อหากพบลักษณะดังกล่าว ควรนำรถเข้าศูนย์บิการโตโยต้า กาญจนบุรี เพื่อตั้งศูนย์ถ่วงล้อ หรือปรับแรงดันลมยางใหม่

– ดอกยางสึกตรงกลางล้อ แสดงว่าเติมลมแข็งไป
– ดอกยางสึกตรงขอบล้อ แสดงว่าเติมลมอ่อนเกินไป
– ดอกยางสึกหรอข้างใดข้างหนึ่ง แสดงว่า เกิดจากศูนย์ล้อที่ไม่ตรง
– ดอกยางเป็นบั้งๆ แสดงว่าแนวการเคลื่อนที่ของยางไม่ขนานกับแนวเคลื่อนที่ของรถ หรืออาจมาจากศูนย์ล้อ หรืออาจเป็นเพราะไม่มีการสลับตำแหน่งยาง

คลัตช์

อาการผิดปกติของคลัตช์ที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ หากเจอปัญหาเหล่านี้ต้องรีบนำไปตรวจเช็คทันที เพราะจะส่งผลกระทบถึงระบบการทำงานของเกียร์ และช่วงล่างร่วมด้วย

– คลัตช์ลื่น หรือเข้าคลัตช์ไม่สนิท หรือเหยียบแป้นคลัตช์จนมิดแต่ยังเข้าเกียร์ได้ยาก
– คลัตช์มีเสียงดังขณะเหยียบแป้นคลัตช์
– คลัตช์สั่นขึ้นๆ ลงๆ ขณะขับ

เกียร์

เกียร์มีส่วนสัมพันธ์กับเครื่องยนต์ เพราะทำหน้าที่เปลี่ยนแรงบิดของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับความเร็ว หากพบสิ่งผิดปกติเหล่านี้ควรรีบแก้ไขโดยเร็ว
– เปลี่ยนเกียร์ยาก เกิดการติดขัด หรือต้องขยับอยู่นานถึงจะลงล็อค
– มีเสียงดังขณะเข้าเกียร์ แม้จะเหยียบคลัตช์แล้วก็ตาม
– ที่ห้องเกียร์มีน้ำมันไหลลื่นออกมา

พวงมาลัย

เป็นส่วนหนึ่งที่เราสามารถจับอาการผิดปกติได้โดยง่าย เพราะเป็นส่วนแรกที่เราใช้ในการคอนโทรล จึงสัมผัสและรู้สึกได้ถึงภาวะสูญเสียการควบคุม เมื่อเกิดอาการดังนี้
– พวงมาลัยหนัก หรือต้องใช้แรงมากผิดปกติในการบังคับเลี้ยว
– พวงมาลัยหลวมเกินไป โดยมีระยะฟรีเกิน 1 นิ้ว
– พวงมาลัยมีเอียงไปทางซ้ายหรือขวามากเกินไป ในขณะขับทางตรง

เบรก

เป็นส่วนสำคัญมากที่เราควรจับสังเกตเป็นพิเศษ เพราะหากระบบเบรกเกิดขัดข้องหรือชำรุด จะส่งผลถึงความปลอดภัยในการขับขี่เลยทีเดียว อาการผิดปกติของเบรกสังเกตได้ดังนี้

– เหยียบเบรกลึกขึ้น หรือใช้น้ำหนักในการเหยียบแป้นเบรกมากขึ้น
– เบรกลื่น เบรกไม่อยู่ แม้จะไม่ได้ขับลุยน้ำ
– เบรกแล้วรถสะบัด หรือปัดไปด้านใดด้านหนึ่ง
– แป้นเบรกไม่คืนกลับ ทั้งๆ ที่ถอนเท้าออกมาแล้ว
– มีเสียงดังขณะเหยียบเบรก
– พวงมาลัยสั่นขณะเหยียบเบรก

ไดชาร์จ

คือตัวผลิตไฟฟ้า โดยอาศัยกำลังเครื่องยนต์ส่งกำลังจาก Pulley ข้อเหวี่ยง ผ่านสายพาน มาขับเคลื่อนให้ไดชาร์จหมุนเพื่อปั่นกระแสไฟออกมาใช้ในรถยนต์ หากไดชาร์จเสีย ไฟไม่ชาร์จ หรืออุปกรณ์ที่ต้องใช้ไฟจะไม่สามารถทำงานได้ รถก็วิ่งไม่ได้นั่นเอง วิธีสังเกต ไดชาร์จว่ามีปัญหา ดังนี้

– ไฟในรถเริ่มอ่อนลง ไฟหน้าเริ่มหรี่ แอร์เย็นน้อยลง กระจกไฟฟ้าทำงานช้า ขณะเครื่องยนต์ทำงาน
– มีเสียงดังวี๊ดๆ ขณะเร่งเครื่องยนต์
– สัญญาณไฟเตือนรูปแบตเตอรี่บนหน้าปัดสว่าง หรือสว่างแล้วไม่ยอมดับ หลังจากสตาร์ทเครื่อง หรือติดๆ ดับๆ ในรอบเดินเบา ต้องเร่งเครื่องถึงจะดับ
– กรณีไฟชาร์จเกินกำหนด (Over Charge) น้ำกรดในแบตเตอรี่จะเดือดมาก และมีความร้อนสูงที่ตัวแบตเตอรี่

About admin

Browse Archived Articles by admin

Related

Sorry. There are no related articles at this time.